Archive for the ‘Hardware’ Category

Blu-ray คืออะไร

Blu-ray เป็นฟอร์แม็ตดิสก์อ๊อปติคออกแบบให้แสดงผลวิดีโอความคมชัดสูงและเก็บจำนวนข้อมูลมากกว่า

Blu-ray เป็นผู้ชนะเหนือดีวีดี มาตรฐานนี้ได้รับการพัฒนาร่วมโดย Hitachi, LG, Matsushita (Panasonic), Pioneer, Philips, Samsung, Sharp, Sony และ Thomson สิ่งนี้กลายมาตรฐานดิสก์อ๊อปติคสำหรับเนื้อหาความคมชัดสูงและตัวเก็บข้อมูล อ๊อบติคหลังจากชนะฟอร์แม็ต HD-DVD ที่ได้รับสนับสนุนโดย Toshiba และ NEC

ชื่อฟอร์แม็ตนี้มาจากความจริงที่ว่าแสงเลเซอร์สีน้ำเงินอ่านและเขียนบนดิสก์ แทนที่แสงเลเวอร์สีแดงของเครื่องเล่นดีวีดี แสงเลเซอร์สีน้ำเงินใช้สำหรับดีวีดีเขียนได้ ผลต่อเนื่อง ดิสก์ Blu-ray สามารถเก็บข้อมูลมากกว่าในพื้นที่ 12 เซนติเมตรเท่ากัน เหมือนกับฟอร์แม็ตดีวีดีเขียนได้ Blu-ray ใช้เทคโนโลยี phase change เพื่อทำให้สามารถเขียนซ้ำบนดิสก์

ความสามารถบรรจุมาจรฐานของ Blu-ray เพียงพอกับการเก็บสำเนาการสำรองต่อเนื่องของฮาร์ดดิสก์ลงบนดิสก์เดียว เริ่มต้น ฟอร์แม็ตนี้ มีความจุด้านเดียว 27 กิกะไบต์และ 50 กิกะไบต์ บนดิสก์ชั้นคู่ ดิสก์ Blu-ray ด้านเดียวสามารถเก็บข้อมูลวิดีโอมาตรฐานได้ถึง 13 ชั่วโมง เปรียบเทียบกับ ดีวีดีด้านเดียวที่ 133 นาที ในเดือนกรกฎาคม 2551 Pioneer ประกาศว่าพวกเขาได้พบวิธีในการเพิ่มความจุเป็น 500 กิกะไบต์ โดยดิสก์ 20-ชั้น ดิสก์เหล่านั้นยังไม่ได้คาดว่าจะได้ในเชิงพาณิชย์ในอนาคตอันใกล้

Blu-ray มีส่วนข้อมูลต่อเนื่องที่ 36 เมกกะไบต์ต่อวินาที เร็วเพียงพอสำหรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูง Blu-ray จะไม่ได้เล่นบนเครื่องเล่นซีดีและดีวีดีปัจจุบัน เพราะเครื่องเล่นเหล่านี้ขาดแสงเลเซอร์สีม่วง-น้ำเงินที่ต้องการในการอ่าน ดิสก์ ถ้าแสงเลเวอร์เหมาะสมได้รับการรวม เครื่องเล่น Blu-ray สามารถเล่นได้ทั้งสองฟอร์แม็ต เครื่องเล่นดิสก์ Blu-ray มีให้จากผู้ผลิตหลายหลาย รวมถึง Panasonic, Pioneer, Samsung และ Sony เครื่องเพลย์สเตชัน 3 ของ Sony ได้ติดตั้งไดร์ฟ Blu-ray

Blu-Ray-Disks

ประวัติ

มาตรฐานของบลูเรย์พัฒนาโดย กลุ่มของบริษัทที่เรียกว่า Blu-ray Disc Association ซึ่งนำโดย ฟิลิปส์ และ โซนี เปรียบเทียบกับ เอ็ชดีดีวีดี (HD-DVD) ที่มีลักษณะและการพัฒนาใกล้เคียงกัน บลูเรย์มีความจุ 25 GB ในแบบเลเยอร์เดียว (Single-Layer) และ 50 GB ในแบบสองเลเยอร์ (Double-Layer) ขณะที่ เอ็ชดีดีวีดีแบบเลเยอร์เดียว มี 15 GB และสองเลเยอร์มี 30 GB

ความจุของบลูเรย์ดิสค์ ซึ่งปกติแผ่นบลูเรย์นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับแผ่น ซีดี/ดีวีดี โดยแผ่นบลูเรย์จะมีลักษณะแบบหน้าเดียว และสองหน้า โดยแต่ละหน้าสามารถรองรับได้มากถึง 2 เลเยอร์ อาทิ แผ่น BD-R (SL) หมายถึง Blu-Ray Disc ROM แบบ Single Layer แบบหน้าเดียว มีความจุ 25 GB แผ่น BD-R (DL) หมายถึง Blu-Ray Disc ROM แบบ Double Layer แบบหน้าเดียว มีความจุ 50 GB แผ่น BD-R (2DL) หมายถึง Blu-Ray Disc ROM แบบ Double Layer แบบสองหน้า มีความจุ 100 GB

ส่วนความเร็วในการอ่านหรือบันทึกแผ่น Blu-Ray ที่มีค่า 1x, 2x, 4x ในแต่ละ 1x จะมีความเร็ว 36 เมกะบิต ต่อ วินาที นั่นหมายความว่า 4x นั่นจะสามารถบันทึกได้เร็วถึง 144 เมกะบิต ต่อ วินาที โดยมี นักวิทยาศาสตร์จาก NASA เป็น ผู้พัฒนาต่อจาก ระบบบันทึกข้อมูลที่ใช้ในโครงการอวกาศ

การเปิดตัวและการพัฒนายอดขาย

ผู้เล่น BD-ROM แรก (เช่นโซนี่ BDP-S1 ) ถูกส่งในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2006 แม้ว่าHD DVDผู้เล่นที่ชนะพวกเขาไปยังตลาดโดยไม่กี่เดือน[ 24 ] [ 25 ]

แรก Blu-ray Disc ชื่อได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 20 มิถุนายน 2006: 50 วันแรก , ห้าธาตุ , Hitch , บ้านมีดบิน , Twister , Underworld: Evolution , xXx (ทั้งหมดของ Sony ) และเอ็มจีเอ็ ‘s Terminator . [ 26 ]รุ่นเก่าที่ใช้MPEG-2การบีบอัดวิดีโอวิธีการเดียวกับที่ใช้กับมาตรฐานดีวีดี . รุ่นแรกที่ใช้ใหม่VC-1และAVCรูปแบบที่ถูกนำมาใช้ในกันยายน 2006 [ 27 ]ภาพยนตร์แรกที่ใช้ 50 GB แผ่นชั้นสองถูกแนะนำในตุลาคม 2006 [ 28 ]อัลบั้มเสียงเพียงครั้งแรกที่ถูกปล่อยตัวในเดือนพฤษภาคม 2008 [ 29 ] [ 30 ]

ครั้งแรกของมวลตลาด Blu-ray Disc ไดรฟ์สำหรับเครื่องพีซีที่เขียนทับได้เป็นบลูเร 100A ปล่อยโซนี่เมื่อ 18 กรกฎาคม 2006 [ 31 ]มันบันทึกทั้งเดี่ยวและคู่ชั้น BD-อาร์เอสเช่นเดียวกับ BD-REs และ มีราคาขายปลีกที่แนะนำของสหรัฐฯ $ 699
https://en.wikipedia.org/wiki/Blu-ray_Disc

http://www.com5dow.com/%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C-it/610-blu-ray-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html


SSD คืออะไร

SSD ย่อมาจาก Solid State Drive คืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่เหมือนกับฮาร์ดดิสก์ เพียงแต่รูปแบบการบันทึกข้อมูลของ SSD จะเป็นการบันทึกข้อมูลแบบ Flash Memory พูดง่ายๆก็เหมือนกับ FlashDrive ที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้นั่นเอง มักนิยมนำมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก Netbook เพราะขนาดของ SSD นี้จะมีขนาดเล็กประมาณ 1.8 – 2.5 นิ้ว
ssd

ข้อดีของ Solid State Drive (SSD)
1. ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลไวกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ Harddisk ที่เราใช้กันในปัจจุบัน
2. ไม่เปลืองพลังงานไฟฟ้า
3. ไม่มีเสียงดัง เนื่องจากเก็บข้อมูลด้วย Flash Memory ดังนั้นจึงไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนที่
4. ไม่มีความร้อน
5. สามารถตกจากที่สูงได้ ในขณะที่ข้อมูลด้านในไม่เป็นอะไรเลย เมื่อเปรียบเทียบกับ Harddisk แบบที่เราใช้การกันใจปัจจุบัน
6. ความไวในการ Boot เครื่อง
ข้อเสียของ Soild State Drive(SSD)
1. การเขียนข้อมูลจะช้า เพราะมันคือ Flash การเขียนของมันจะต้องทำการ เพิ่มกำลังไฟฟ้าให้สูงขึ้นพอที่จะทำให้ข้อมูลใหม่เพิ่มเข้าไปได้
2. ราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับ Harddisk แบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน
3. ความจุ (เนื้อที่) น้อยเพราะปัจจุบันสูงสุดอยู่ที่ 64 GB

SSD นั้นผลิตได้่ 2 แบบ คือ
1. NOR Flash (หน่วยความจำจะถูกเชื่อมต่อ
กันแบบขนาน ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างอิสระ อ่านข้อมูลเร็วมาก แต่ มีความจุต่ำ และราคาแพงมาก)
2. NAND Flash (เป็นแบบเข้าถึงข้อมูลทีละบล๊อก ทำให้มีความจุสูง ราคาถูก)
FlashDrive ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้จึงเป็นแบบ NAND Flash เพราะราคาถูกกว่า ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท
– Single-Level Cell (SLC) : ในแต่ละเซลเก็บข้อมูลได้ 1 บิต ทำงานเร็ว
กินพลังน้อย และมีอายุการใช้งานนาน (เขียนได้ 1 แสนครั้งโดยประมาณ)
แต่ราคาสูง
– Multi-Level Cell (MLC) : 1 เซลเก็บข้อมูลได้มากกว่า 1 บิต (ปัจจุบัน
1 เซลเก็บได้ 2 บิต และอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้เก็บได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ความเร็วต่ำกว่า ใช้พลังงานมากกว่า SLC เขียนได้ ไม่เกิน 1 หมื่นครั้ง แต่มีราคาถูก)

http://www.mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/2411-ssd-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html